ภาษาไทย
หน้าแรก อ.กสินัง คติธรรม ห้องธรรมะ ฟัง ! ธรรมะเรื่องจริง บทความ พระเครื่องพิมพ์นิยม เกี่ยวกับเรา ชําระเงินและสั่งสินค้า ติดต่อเรา
  รถเข็น
ค้นหา:
     สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 12/01/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 16/11/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 1716
3102201609628
     หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (1716)
ตู้เย็น
ตู้เย็น, ตู้เย็น 2 ประตู
ตู้เย็น, ตู้เย็น 3 ประตู ขึ้นไป
ตู้เย็น, มินิบาร์
ตู้แช่เครื่องดื่ม, ตู้แช่เย็น
ตู้แช่, ตู้แช่แข็ง, ตู้แช่เย็น
ตู้แช่, เนื้อสด Soft Freezer
ตู้แช่แข็ง, เคลื่อนที่ (รถยนต์)
ตู้แช่ไอศครีม, ตู้แช่ฝากระจก
ตู้แช่ไวน์, ตู้แช่เบียร์
ตู้แช่เบียร์, ตู้แช่เบียร์วุ้น
ตู้แช่เค็ก, ตู้เค็ก
ถังต้มน้ำร้อน, ถังต้มน้ำไฟฟ้า
ตู้ทำน้ำร้อน, ต่อท่อ
ตู้ทำน้ำเย็น, น้ำร้อน ต่อท่อ
เครื่องทําน้ำเย็น, น้ำร้อน
เครื่องกรองน้ำ
เครื่องกรองน้ำดื่ม (UF,UV,RO)
ไส้กรอง, ไส้กรองน้ำ
เครื่องทำน้ำอุ่น
เครื่องทำน้ำร้อน
เครื่องเป่ามือ
เครื่องปั๊มน้ำ, ปั๊มน้ำ
แท๊งค์น้ำ
แท๊งค์น้ำ (ELIXIR)
ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ
เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
เครื่องซักผ้า
เครื่องซักผ้า, ฝาบน
เครื่องซักผ้า, ฝาหน้า
เครื่องอบผ้า
แอลอีดี ทีวี
แอร์, เครื่องปรับอากาศ
ม่านอากาศ
เครื่องฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศรถยนต์
เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรค
เครื่องกำจัดไรฝุ่น
เครื่องดูดฝุ่น
โทรศัพท์บ้าน
เตารีด, เตารีดไอน้ำ
พัดลม, พัดลมตั้งพื้น, พัดลมตั้งโต๊ะ
พัดลมโคจร, พัดลมผนัง
พัดลมเพดาน
พัดลมทาวเวอร์
พัดลมไอเย็น
พัดลมระบายอากาศ
พัดลมอุตสาหกรรม
เตาอบไมโครเวฟ
เตาอบไฟฟ้า
เตาไฟฟ้า, เตาแม่เหล็กไฟฟ้า
หม้ออบไฟฟ้า, ฝาอบลมร้อน
หม้อหุงข้าว
หม้อตุ๋น, หม้อตุ๋นไฟฟ้า
กระทะไฟฟ้า
กระติกน้ำร้อน
กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า
เครื่องปั่นน้ำผลไม้
เครื่องสกัดน้ำผลไม้
เครื่องเตรียมอาหาร
เครื่องชงกาแฟ
เครื่องปิ้งขนมปัง
เครื่องทำแซนวิซ
เตาอบแก๊ส, ตู้อบแก๊ส
เตาแก๊ส
เครื่องโกนหนวด
เครื่องเป่าผม, ไดร์เป่าผม
เครื่องจัดแต่งทรงผมไฟฟ้า
เครื่องกำจัดขนสตรี
แปรงปัดขนตาไฟฟ้า
โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์

     จดหมายข่าว

กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

     เว็บลิงค์
Sripiboon Electric Co;Ltd
Google Adsense
บริษัท ชาร์ปไทย จำกัด
บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด
บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด
บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด
บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด
บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเชีย จำกัด
บริษัท พานาโซนิค เอพี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
LG ELECTRONICS (THAILAND) CO.,LTD
Life Orient Co., Ltd.
บริษัท ไฮเออร์ อีเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัท ลัคกี้ สตาร์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด
บริษัท เพียวละมุน จำกัด
บริษัท กันยง จำกัด



  เครื่องใช้ไฟฟ้า ฿ ปลีก-ส่ง. ตู้เย็น, ตู้แช่, ตู้แช่แข็ง, ตู้แช่ไวน์, ตู้แช่เครื่องดื่ม, ตู้แช่เบียร์, เครื่องซักผ้า, เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องทำน้ำเย็น, เครื่องปั๊มน้ำ, เครื่องทำน้ำอุ่น, เตาอบไมโครเวฟ, และอื่นๆมากมาย โทร. 02-8050094-5, 081-6674605, 085-9087956, Fax. 02-8050804, Email : sripiboon.com@gmail.com, ID Line : sripiboon.com 
บทความ
เรื่องเล่าจากท่านอาจารย์ ตอนที่ 3 : เรื่อง....การสวดมนต์เป็นฌาน (อ่าน 16298/ตอบ 0)

เรื่องเล่าจากท่านอาจารย์ ตอนที่ 3

เรื่อง....การสวดมนต์เป็นฌาน

กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับในคอลัมน์ “เรื่องเล่าจากท่านอาจารย์ ตอนที่ 3”.....ซึ่งครั้งนี้ ผมใคร่ขออนุญาตนำเสนอในเรื่อง “การสวดมนต์เป็นฌาน” ตามแนวทางที่ท่านอาจารย์ขจรสอนและผมได้นำไปประพฤติปฏิบัติอยู่ เพื่อให้ท่านผู้อ่านบางท่านที่ยังมีความสงสัยอยู่ มีความปรารถนาอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร? สวดอย่างไร? สวดแล้วจะได้อะไร?.... โดยเฉพาะในเรื่องของการปฏิบัติธรรม และเพื่อให้ท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันของเราได้อย่างมีความสุข…..

 

เรื่องของการสวดมนต์เป็นฌานนั้น บางท่านอาจจะเพิ่งเคยได้ยิน แต่ไม่เป็นไรครับ.... ก่อนอื่นเราจึงต้องทำความเข้าใจกับความหมายของคำว่า “การสวดมนต์เป็นฌาน” เสียก่อน..... ฌาน แปลว่า เพ่ง....  การเพ่งก็คือ การที่เราจดจ่อเป็นสมาธิ เหมือนเราที่เรากำลังตั้งใจอ่านบทความนี้อยู่ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงานอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่ โดยที่เราไม่ไปคิดเรื่องอื่นเลยในขณะนั้นๆ ดังนั้น การสวดมนต์เป็นฌาน ก็คือ การสวดมนต์เป็นสมาธิ โดยที่เราไม่ไปคิดเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าเรื่องงาน หรือเรื่องอะไรก็ตามในเรากำลังสวดมนต์อยู่นั่นเอง......

 

หลักการของการสวดมนต์เป็นฌานนั้น ได้แก่…..

 

1.       ท่านจะต้องท่องจำ และจดจำตัวมนต์ที่เป็นภาษาบาลีในบทนั้นๆ ให้ได้ทุกถ้อยคำอย่างไม่ผิดเพี้ยน….. นั่นแปลว่า ท่านจะต้องท่องจำ โดยต้องพยายามจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี เดี๋ยวท่านก็จำได้เอง แต่ท่านไม่ต้องไปตั้งความอยากว่า จะต้องท่องให้ได้ภายในเวลานั้นเวลานี้นะครับ บางคนอาจจำได้ภายใน 1 เดือน แต่บางคนท่องมา 3 ปีก็ยังจำไม่ได้เลย! คนอื่นเขาไม่เกี่ยวกับเราครับ ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใครเขาหรอก... เพราะจะทำให้เราเกิดความกังวลและหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว เกิดความฟุ้งซ่าน หรือที่เรียกว่า “เกิดนิวรณ์” นั่นเอง เป็นผลทำให้ใจของเราไม่สงบ และไม่อยากจะท่องต่อไปครับ!!!

 

2.       ท่านจะต้องสวดมนต์ตามข้อ 1 ภายในใจเท่านั้น โดยไม่ต้องอ่านออกเสียงดัง ขณะที่ท่านสวดอยู่ ก็หลับตานิ่ง พร้อมทั้งนึกถึงตัวมนต์ให้ได้ทุกถ้อยคำทุกตัวอักษรไปในขณะเดียวกัน ใช้เวลาไม่นานหรอกครับ ท่านก็จะเห็นตัวอักษรวิ่งออกมาเองในขณะที่ท่านหลับตาสวดมนต์บทนั้นๆ อยู่ครับ.....

3.       ท่านจะต้องสวดมนต์ พร้อมกับที่ท่านจะต้องกำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออกไปในคราวเดียวกันด้วย  (อันนี้ไม่ง่ายครับ แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ครับ!) ถ้าเราสร้างกำลังใจบอกกับตัวเองว่า เราจะต้องพยายามทำให้ได้ โดยอย่าเพิ่งไปรู้ก่อนว่า ทำแล้วจะได้อะไร ท่านจะต้องทำให้ได้ก่อน แล้วท่านจะทราบด้วยตัวของท่านเองว่า มีความมหัศจรรย์มากขนาดไหน!!!....

 

4.       ท่านจะต้องหมั่นฝึกฝนปฏิบัติด้วยตัวของท่านเองนะครับ และท่านอาจารย์ก็ย้ำอยู่เสมอว่า ท่านจะต้องกระทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน อย่าขี้เกียจหรือผัดวันประกันพรุ่งนะครับ!!!

 

จากหลักการทั้ง 4 ข้อข้างต้นนั้น.... เราสามารถแยกออกได้เป็น 2 กรณีง่ายๆ คือ การท่องจำตัวมนต์  กับ  การกำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออก (อานาปานุสสติกรรมฐาน) เท่านั้น….

 

อนึ่ง.... บางท่านก็สวดมนต์เป็นประจำอยู่แล้ว โดยคุ้นเคยกับการสวดมนต์ออกเสียงดัง โดยเข้าใจผิดคิดว่า ยิ่งสวดดังมากเท่าไหร่ เสียงที่ดังนั้นจะดังไปถึงสวรรค์ เพื่อให้พระพุทธเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้ยิน!!!....  แต่บางท่านก็สวดมนต์ในใจ โดยการเปิดหนังสือดู (ระยะแรกที่กำลังท่องตัวมนต์อยู่ ก็คงต้องเปิดหนังสือดูไปก่อน จนกว่าจะท่องจำได้ครับ).... แต่บางท่านก็สามารถสวดมนต์ได้โดยที่ไม่ต้องเปิดหนังสือดู.....

 

ท่านอาจารย์สอนว่า..... “บทสวดมนต์ใดๆ ก็ตามที่เป็นบทสวดมนต์ของพระพุทธเจ้านั้น ย่อมมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวของบทนั้นๆ อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับ....ความบริสุทธิ์ใจของคนที่สวดต่างหาก”

 

จากประสบการณ์การฝึกปฏิบัติธรรมของท่านอาจารย์ขจรเอง ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีเต็มที่ผ่านมานั้น ท่านอาจารย์จะสวดมนต์ตามบทต่างๆ ในหนังสือสวดมนต์เล่มสีเหลือง (หน้าปกเป็นรูปพระพุทธชินราช และแจกให้กับท่านที่สนใจฟรี โดยไม่คิดมูลค่า)... ท่านอาจารย์บอกว่า... หนังสือสวดมนต์เล่มสีเหลือง เป็นหนังสือสวดมนต์สำหรับฆราวาสอย่างพวกเราที่ยังต้องทำมาหากินอยู่ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก....

 

ท่านได้เรียบเรียงมาจากครูบาอาจารย์ต่างๆ.... โดยท่านได้เรียงลำดับการสวดมนต์ของท่าน ดังนี้…..

1.       เริ่มต้นด้วย... “อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปริจจชามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้า ทั้งหลายขอมอบกายถวายชีวิตแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”…..ซึ่งข้อความนี้ก็มีปรากฎอยู่บนหน้าปกสีเหลืองครับ….

 

2.       บทบูชาพระรัตนตรัย                  (ขึ้นต้นด้วย..... โยโส ฯ  อยู่หน้าที่ 8-9) 

บทนี้เราไม่ต้องสวดคำแปลเป็นภาษาไทยนะครับ….

 

3.       บทขอขมาพระรัตนตรัย              (ขึ้นต้นด้วย.....สัพพังฯ  อยู่หน้าที่ 10-11)

          บทนี้ต้องสวดทั้งภาษาบาลีและคำแปลภาษาไทยครับ)....

 

4.       บทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ....

(ขึ้นต้นด้วย.....อิติปิโส ฯ  อยู่หน้าที่ 12-13)

 

5.       บทบูชาผู้มีคุณ                            (ขึ้นต้นด้วย.....อิมินา ฯ    อยู่หน้าที่ 15)

 

6.       บทบูชาพระอรหันต์แปดทิศ        (ขึ้นต้นด้วย.....สัมพุทโธฯ  อยู่หน้าที่ 14-15)

บทนี้เราสวดตามหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาบาลีครับ….

 

7.       บทบูชาชุมนุมเทวดา                  (ขึ้นต้นด้วย.....สะรัชชัง ฯ..อยู่หน้าที่ 16-17)

บทนี้เราสวดตามหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาบาลีครับ….

 

8.       บทบูชาพระโพธิสัตว์                   (ขึ้นต้นด้วย.....นำโมไต่ซือฯ ..อยู่หน้าที่ 18)

บทนี้เราสวดตามหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาบาลีครับ….

 

9.       บทคาถากะระณียะเมตตะสุตตัง  (ขึ้นต้นด้วย.....เมตตัญจะฯ..อยู่หน้าที่ 24

บทนี้เราสวดตามหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาบาลีครับ สวดก่อนออกจากบ้านทุกวันและในกรณีที่ไปค้างแรมต่างจังหวัดตามสถานที่ต่างๆ ครับ

 

10.     บทแผ่เมตตา                                      (ขึ้นต้นด้วย.....สัพเพฯ           อยู่หน้าที่ 20)

บทนี้เราสวดตามหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาบาลีครับ….

 

11.     บทอุทิศส่วนกุศล                       (ขึ้นต้นด้วย.....อิทัง                อยู่หน้าที่ 21)

บทนี้เราสวดตามหนังสือทั้งภาษาบาลีและภาษาไทยครับ….

 

เมื่อท่านท่องจำตัวมนต์ทั้ง 11 บท ดังกล่าวได้แล้ว ก็จะเป็นการง่ายในการสวดมนต์เป็นสมาธิ โดยสวดมนต์ไปพร้อมกับการกำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออกครับ….

 

สำหรับท่านที่ยังที่มีฐานะความเป็นอยู่ที่ยังขัดสนอยู่ ท่านก็สามารถตั้งจิตอธิษฐานขอถวายปัจจัยตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ โดยใช้บทสวดมนต์ตามหน้า 27 แต่ต้องสวดมนต์เป็นฌานนะครับ ท่านอาจารย์ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า...ทุกครั้งก่อนที่นำเงินเข้าหรือออกจากกระเป๋าสตางค์ของท่านเอง ให้ท่อง “มิเตพาหุหะติ” (คาถาเงินล้าน) ในใจ 3 ครั้ง จากนั้นจึงหยิบเงินเข้าออกตามอัธยาศัยครับ....คาถานี้ใช้ได้ผลมาหลายท่านแล้ว เงินทองเขาเหล่านั้นไม่เคยขาดจากกระเป๋าสตางค์เลยครับ!!! แต่ต้องอย่าตั้ง “ความอยาก” ไว้ล่วงหน้าก่อนนะครับ!!!...... (อันนี้เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลนะครับ....แต่อย่าถือว่าเป็นเรื่องไร้สาระ...ไม่ลองดู ก็ไม่รู้อีกเหมือนกันครับ)

 

เคล็ดลับอย่างง่ายๆ ของการสวดมนต์ พร้อมทั้งการกำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออกนั้น ได้แก่

 

1.       ให้เอา “จิต” มาไว้ที่ปลายจมูก เฝ้ามองดูลมหายใจเข้า-ออก แต่ละคนจะมีอัตราการหายใจเข้าออกที่ไม่เหมือนกัน…

 

2.       ท่านต้องอย่าบังคับลมหายใจที่ไหลผ่านเข้า-ออกที่ปลายจมูกของท่านนั้น ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เมื่อลมหายใจผ่านเข้าที่ปลายจมูก-เราก็รู้.... เมื่อลมหายใจผ่านออกที่ปลายจมูก-เราก็รู้ ต้องพยายามตัดความกังวลทั้งหลายทั้งปวง ทุกครั้งที่จะกำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออก (เพื่อสร้างสมาธินั้น) ท่านจะต้อง “ไล่ลมหยาบ” ออกเสียก่อน ด้วยการสูดลมหายใจเข้าให้ลึกๆ แล้วกลั้นไว้ 2-3 วินาที จากนั้นจึงค่อยๆ หายใจออกตามธรรมดาจนลมหายใจได้ไหลออกจนหมด ให้ท่านทำอย่างนี้สัก 3-5 ครั้งก่อน ทั้งนี้เพื่อให้เนื้อปอดของเราได้มีการขยายตัวอย่างเต็มที่นั่นเอง....

 

3..      ขณะที่กำลังกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกอยู่นั้น หากเกิดอาการผิดปกติใดๆ ขึ้น เช่น รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เกร็งลมหายใจ หายใจลำบาก หรืออื่นๆ ขึ้น ผมขอแนะนำว่าให้หยุดกำหนดรู้ลมหายใจและเลิกสวดมนต์ชั่วคราว ผ่อนคลายจิตใจและอารมณ์ของเราด้วยการไปทำอย่างอื่นก่อน เช่น ออกไปเดินเล่น ดู TV ฟังเพลงเบาๆ แล้วแต่ท่านจะเลือกกิจกรรมที่เหมาะสม... เมื่อร่างกายท่านกลับสู่สภาวะปกติแล้ว จึงค่อยกลับมาสวดมนต์และกำหนดรู้ลมหายใจต่อไปใหม่ครับ....

 

4.       ขณะที่สวดมนต์อยู่นั้น ใหม่ๆ ผมขอแนะนำให้ปิดเสียงโทรศัพท์มือถือของท่านเสียก่อน หรือนำไปฝากให้บุคคลอื่นให้รับโทรศัพท์แทนท่านชั่วคราว จนกว่าท่านจะสวดมนต์เสร็จ ท่านจะได้มีสมาธิในการสวดมนต์เป็นฌานครับ….

 

การสวดมนต์เป็นฌาน จะยังประโยชน์ให้แก่บุคคลที่ตั้งใจฝีกได้อย่างมากมายมหาศาล สุดคณานับ  (ไม่ลองทำดูเอง ไม่ทราบหรอกครับ!!!) อาทิเช่น…..

 

1.       การสวดมนต์เช้าเย็น เป็นการเจริญความดีอย่างหนึ่ง เปรียบเสมือนหนึ่งว่า...เราได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเช้าเย็น และยังเป็นเคล็ดลับอันชาญฉลาดของครูบาอาจารย์ที่สอนให้เราทำจิตของเราให้ผูกอยู่กับพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยะสงฆ์เจ้า... จะทำให้เรามีโอกาสบรรลุธรรมหรือการเข้าถึงตามความเป็นจริงได้ง่าย แม้ว่าความเป็นจริงนั้นๆ เราจะแก้ไขไม่ได้ก็ตาม….

 

2.       คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่า การสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน เช้าเย็น จะช่วยสร้างจิตของตนเองให้มีพลังอำนาจ ใจสงบ สุขภาพจิตดี….เป็นยันต์คุ้มภัยประจำตัวมากกว่าจะเป็นยันต์ประจำบ้าน “เป็นยันต์ประจำใจ” ช่วยป้องกันตัวเราเองให้พ้นจากเภทภัยทั้งหลายได้ (โดยเฉพาะบทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ คือ บทอิติปิโสฯ นั่นเอง) นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการเจรจาธุรกิจต่างๆ กับลูกค้า (โดยการนึกถึงภาพพระพุทธรูปที่เราชอบ) แม้กระทั่งนักเรียน นักศึกษายังสามารถนำไปใช้ในการเรียนหนังสือ ช่วยให้ไม่เกิดความสับสน เพราะมีสมาธิคอยกำกับอยู่.....

 

3.       เมื่อจิตของเราผูกกับลมหายใจ รู้ลมเข้าออกตลอดเวลา จนเป็นเอกัตคารมณ์ (เป็นหนึ่งเดียวแล้ว) เราจะเกิด “สมาธิ” ที่แนบแน่น เราจะไม่วุ่นวายกับเรื่องอื่นๆ จิตผู้รู้จะเกิดขึ้น มีสติสัมปชัญญะในการตรึกตรองและพิจารณาให้เรารู้ว่า อะไรผิด? อะไรถูก? จะช่วยให้เราสามารถชำระล้างกิเลส (รัก โลภ โกรธ หลง) ในตัวเราเราท่านท่าน ลดตัณหาต่างๆ ที่มีอยู่ให้เบาบางลงได้…..

 

4.       เมื่อจิตของเราผูกอยู่กับพระพุทธเจ้าจนเป็นกิจวัตร นึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ (ที่เรียกว่า ปฏิบัติ “พุทธานุสสติกรรมฐาน”) จิตของเราจะตั้งอยู่ในส่วนของกุศล หรือที่เรียกว่า “กุศลาธรรมา” จนเป็นอนุสัยหรือสัญญาแล้ว หากมีอันเมื่อถึงเวลาต้องจากโลกนี้ไป ภพภูมิใหม่ของเราย่อมสู่สุคติ โอกาสจะลงอบายฯ แทบจะไม่มี ดังที่หลวงพ่อฯ และท่านอาจารย์สอนอยู่เสมอว่า... ผู้ใดที่ตายด้วยจิตที่สงบ ย่อมไปสู่สุคติ แต่หากตายด้วยจิตที่ไม่สงบ เร่าร้อน อาฆาต พยาบาท ปล่อยวางความตายไม่ได้แล้วไซร์ จิตผู้นั้นย่อมไปสู่ทุคติอย่างแน่นอน.....

 

5.      เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น เช่น ลูกอ่อนร้องไห้กระจองอแง การเจ็บไข้ได้ป่วยของตัวเรา นึกแก้ไขปัญหาเรื่องงาน หาทางออกไม่ได้ เป็นต้น... การเข้าห้องพระสวดมนต์ไหว้พระ พยายามทำใจของเราให้สงบ ทำใจให้สงบ แล้วอธิษฐานขอพรจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้ลูกเล็กๆ ของเราหายจากอาการงอแง หายจากอาการไม่สบายได้ และยังอาจช่วยบรรเทาอาการที่เราเจ็บป่วยเองโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือที่เรียกว่า “เป็นธรรมโอสถ”.... ทำให้เราเกิดสติสัมปชัญญะสามารถหาทางออกในแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ (ถ้าปัญหานั้นๆ ไม่ร้ายแรงมากนัก ไม่เกินวิสัย ไม่เหลือบ่ากว่าแรง และไม่เกินกว่ากฎแห่งกรรมแล้ว)... บ่อยครั้งที่เรามักพบว่า ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นคลี่คลายอันตรธานหายไปได้เอง....                              ฯลฯ

 

บทความ “การสวดมนต์เป็นฌาน” นี้ ผมเองพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะนำสิ่งที่ท่านอาจารย์ได้เมตตาทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย แม้แต่ในยามที่ท่านเจ็บไข้ได้ป่วย... ท่านสอนผมและเหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายให้ได้รู้แจ้งเห็นจริง...ท่านพูดอยู่เสมอว่า.... ตายแล้วยังไม่จบ! หลังตายมีจริง! ท่านได้พิสูจน์มาแล้ว ถ้าพวกเราอยากรู้ว่า มีจริงไหม? ให้ปฏิบัติตามท่านอย่างโง่ๆ ไปก่อน... แต่ต้องทำจริง ทำให้ถูก ทำให้พอดี และท่านยังต้องการให้พวกเรารู้ให้ได้ก่อนตาย อย่าตายแล้วจึงรู้ เพราะเราแก้ไขไม่ได้แล้ว!... เราเคยมามืด ตอนนี้สว่างแล้ว อย่ากลับไปมืดอีกอย่างเด็ดขาด.... เมื่อมองเห็นความผิดของตนที่ผ่านมา อย่ากลับไปทำอีก..... และยังมีคำสอนที่ทรงคุณค่าอีกมากมาย.... มานำเสนอและถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือ เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจได้อย่างง่ายๆ.....

 

ดังนั้น หากมีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องประการใดแล้ว ผมขอยินดีน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่ความดีที่จะบังเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใดก็ตาม ผมขอน้อมบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และท่านอาจารย์ขจรสืบไป.....

 

********************************************

 

 

โดย….. เต่าน้อย

๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๙

 

หน้าแรก  |  อ.กสินัง  |  คติธรรม  |  ห้องธรรมะ  |  ฟัง ! ธรรมะเรื่องจริง  |  บทความ  |  พระเครื่องพิมพ์นิยม  |  เกี่ยวกับเรา  |  ชําระเงินและสั่งสินค้า  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
(c) 2001- . TARAD.com . All Rights Reserved.
//